อาการพังผืดมดลูก (Pelvic Adhesions) พบได้แถวบริเวณอวัยวะในส่วนกระดูกอุ้งเชิงกราน บริเวณท่อนำไข่ ปีกมดลูก ด้านหลังของบริเวณมดลูก รังไข่ เป็นต้น สามารถเกิดได้จากการอักเสบ การติดเชื้อบริเวณอุ้งเชิงกราน พบได้มากในกลุ่มโรคช็อกแลตซีสต์ และโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ อาการพังผืดมดลูกยังสามารถเกิดได้จากการผ่าตัดแถวบริเวณมดลูกหรือผนังหน้าท้องทำให้ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมา นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทราบสาเหตุ พังผืดที่เกิดขึ้นนี้อาจจะมีมากจนไปเกาะอวัยวะต่างๆ ส่งผลให้ไปขัดขวางการเดินทางของอสุจิทำให้ไม่สามารถปฏิสนธิได้ หรือ ส่งผลสู่ภาวะมีบุตรยาก
พังผืดมดลูก (Pelvic Adhesions)
พังผืดมดลูก (Pelvic Adhesions) เป็นอาการที่พบได้มากในผู้หญิง มีความรุนแรงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่พังผืดแบบบาง แบบหนา และมีเกิดขึ้นเยอะจนปิดโพรงมดลูกได้ เป็นปัญหาที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะอาการพังผืดที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดการตันของท่อนำไข่ ส่งผลทำให้อสุจิไม่สามารถเข้าไปปฏิสนธิได้ อาการพังผืดมดลูกจะมีลักษณะอาการที่สามารถสังเกตุได้ เช่น มีอาการปวดท้องน้อยแบบเรื้อรัง ขณะมีประจำเดือนมีอาการปวดมาก ปวดรัด หรือจี๊ดๆบริเวณท้องน้อย ทำให้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณหากสังเกตุอาการของตนเองว่ามีอาการดังกล่าวควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาโดยเร็วเพื่อป้องกันการเกิดความรุนแรงและส่งผลกระทบในระยะยาว เช่น ประจำเดือนขาด แท้งซ้ำซาก หรือ ภาวะมีบุตรยาก เป็นต้น
พังผืดมดลูกเกิดจากสาเหตุใด
1. การติดเชื้อบริเวณอุ้งเชิงกราน
เมื่อร่างกายของผู้หญิงสร้างมาให้มีรูปิดเปิดตามธรรมชาติ รูเปิดนี้สามารถทำให้มีเชื้อโรคหลุดเข้าไปได้ สร้างผลกระทบทำให้เกิดการรายคายเคืองและเกิดอาการอักเสบขึ้นได้ เมื่อมีอาการอักเสบและการระเคืองเกิดขึ้นบ่อย ส่งผลทำให้เกิดอาการพังผืดอุ้งเชิงกรานขึ้นได้
2. การอักเสบบริเวณอุ้งเชิงกราน
อาการอักเสบบริเวณอุ้งเชิงกรานเกิดขึ้นจากอาการที่เยื่อบบุโพรงมดลูกมีการเจริญเติบโตผิดที่ ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งของการกำจัดเลือดของประจำเดือนที่มีอยู่ในร่างกายผู้หญิงทุกคนในทุกเดือน สามารถทำให้เกิดอาการอักเสบได้เหมือนกัน หากเมื่อใดมีการอักเสบขึ้นบ่อย ๆ จะทำให้เกิดพังผืดมดลูกได้
3. การผ่าตัดบริเวณช่องท้อง
อาการพังผืดมดลูกที่เกิดขึ้นสามารถเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดบริเวณช่องท้อง เช่น การผ่าตัดตอนคลอดบุตร การผ่าตัดนั้นจะทำให้เกิดแผลที่บริเวณมดลูกและผนังหน้าท้องได้ เมื่อมีการเกิดแผลขึ้นแล้วนั้นร่างกายของคนเราจะทำหน้าที่ซ่อมแซมตัวเองด้วยการสร้างพังผืด หากได้มีการผ่าตัดมากนั้นร่างกายยิ่งมีการสร้างพังผืดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนครั้งที่ผ่าตัด
อาการสัญญาณเตือนพังผืดมดลูก
หากพบว่ามีอาการดังนี้สาเหตุของภาวะพังผืดอุ้งเชิงกรานที่สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงไปถึงภาวะพังผืดมดลูก มีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้
- อาการปวดท้องน้อย
- กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- ประจำเดือนขาด
- ประจำเดือนมากระปริบกระปรอย
- ปวดท้องประจำเดือนมากเนื่องจากมีการอุดตันของช่องทางออกเลือด
- เกิดภาวะแท้งซ้ำซากส่งผลทำให้เข้าสู่ภาวะมีบุตรยาก
พังผืดมดลูกกับภาวะมีบุตรยาก
ภาวะพังผืดมดลูก (Pelvic Adhesions) ปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามหากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลเสียในระยะยาวได้ พังผืดมดลูกที่เกิดขึ้นมีสาเหตุที่เกิดมากจากเมื่ออวัยวะที่อยู่บริเวณอุ้งเชิงกรานเกิดการอักเสบร่างกายเลยสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมส่วนที่โดยทำลาย หากมีอาการอักเสบบ่อยๆ ซ้ำๆ ทำให้เกิดพังผืดได้ พังผืดที่เกิดขึ้นบริเวณอุ้งเชิงกราน พบมากแถวบริเวณท่อนำไข่ รังไข่ หรือ ด้านหลังและปีกมดลูกจะทำให้เกิดการติดเชื้ออุ้งเชิงกราน พบได้บ่อยในกลุ่มโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญตัวผิดที่ หรือ ช็อกแลตซีสต์ เป็นต้น
นอกจากนั้นแล้วพังผืดที่เกิดขึ้นนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดบริเวณมดลูกหรือผนังหน้าท้อง ทำให้ร่างกายมีการสร้างพังผืดขึ้น อาจจะเกิดทำให้พังผืดไปพันกับอวัยวะต่างๆ เช่น แถวบริเวณของมดลูกซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญมากสำหรับการมีบุตรเมื่อเกิดภาวะที่ผิดปกติขึ้นแล้วนั้นหากปล่อยทิ้งไว้นานจะขัดขวางการเดินทางเข้าอสุจิที่จะเข้าไปปฏิสนธิ เกิดอาการท่อนำไข่ตันทำให้ไม่เกิดการปฏิสนธิของอสุจิได้ส่งผลไปสู่ภาวะมีบุตรยาก หรือ สามารถเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ รวมถึงไปรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเนื่องจากมีอาการที่ผิดปกติเกิดขึ้น เช่น อาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติ ปวดท้องน้อยบ่อยเรื้อรังปวดจี๊ดๆ ตื้อๆ บริเวณท้องน้อย เป็นต้น
หากพบว่าตนเองมีอาการดังต่อไปนี้ควรรรีบพบแพทย์เพื่อหาแนวทางในการแก้ไข หากถึงตอนนั้นแล้วเมื่อคุณเข้าสู่ภาวะมีบุตรยากและต้องการมีบุตรสามารถเข้าปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางเพื่อหาแนวทางการรักษา เช่น เข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือการทำ ICSI
การตรวจวินิจฉัยพังผืดมดลูก
เมื่อคุณพบว่ามีลักษณะอาการเข้าข่ายการเป็นพังผืดอุ้งเชิงกรานหรือพังผืดมดลูกควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยวิธรการดังต่อไปนี้
- ซักถามประวัติเบื้องต้น
ซักถามประวัติการแท้งหรือแท้งค้าง ประวัติการขูดมดลูก จากนั้นจะซักประวัติของรอบเดือนที่น้อยหรือมาก หรือ อาการประจำเดือนขาดหลังจากการขูดมดลูก ประวัติเหล่านี้จะมีผลกับการวินิจฉัยภาวะนี้ได้มากยิ่งขึ้น
- ตรวจร่างกาย
การตรวจร่างกายโดยทั่วไป ตรวจภายใน เพื่อเช็คหาความผิดปกติภายในบริเวณโพรงมดลูกว่าเกิดปัญหาหรือไม่ การตรวจค่าฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนอื่นๆ เพื่อหาความผิดปกติเหมือนกันตรวจร่างกายโดยทั่วไป
- การตรวจวินิจฉัยอื่นๆเพื่อประกอบการรักษา
ตรวจเอกซเรย์โดยการฉีดสารทึบเข้าโพรงมดลูกเพื่อตรวจดูลักษณะภายในโพรงมดลูกว่ามีสารผ่านเข้าไปมากน้อยเพียงใด เมื่อดูจากภาพถ่ายแล้วว่าโพรงมดลูกไม่เรียบหรือมีสารทึบฉีดเข้าไปขังอยู่ภายในโพรงมดลูกหรือไม่ นอกจกนั้นยังได้ตรวจดูการขยายตัวของโพรงมดลูกสามารถขยายได้มากน้อยเพียงใด แต่ทั้งนี้การตรวจที่ชัดเจนที่สุดคือการส่องกล้องเพื่อเข้าไปดูโพรงมดลูกโดยตรงจะช่วยในการวินิจฉัยได้ดีที่สุด
แนวทางรักษาภาวะพังผืดมดลูก
เมื่อแพทย์พิจารณาให้ทำการรักษาอาการพังผืดอุ้งเชิงกรานหรืออาการพังผืดมดลูกหากผู้ป่วยมีอาการปวดประจำเดือนมาก หรือ ต้องการมีบุตร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
1. การรักษาแบบประคับประคองอาการ
หากมีการตรวจพบว่ามีภาวะพังผืดอุ้งเชิงกราน หรือ ภาวะพังผืดมดลูกหากมีอาการเพียงเบื้องต้นสามารถรับยาเพื่อรับประทานประคองอาการไว้เช่น หากมีอาการปวดก็รับประทานยาแก้ปวด งดการเคลื่อนไหวในลักษณะท่าทางต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการกระตุ้นอาการปวดได้
2. การรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง
หากหมอวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ววิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาอาการพังผืดอุ้งเชิงกราน หรือพังผืดมดลูก เพราะการส่องกล้องทำให้สามารถมองเห็นพังผืดได้ชัดเจน นอกจากนั้นแล้วการส่องกล้องเข้าไปจะทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้ภายในครั้งเดียว และการผ่าตัดแบบส่องกล้องนั้นยังทำให้ไม่เกิดพังผืดซ้ำอีกเพราะเป็นแผลผ่าตัดที่มีขนาดเล็กมาก
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดพังผืดมดลูก
วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดพังผืดมดลูกสามารถป้องกันได้แต่ไม่สามารถป้องกันได้แบบ 100 % เพราะภาวะพังผืดสามารถเกิดซ้ำได้หากมีปัจจัยเหตุที่มีความเสี่ยงเกิดขึ้น วิธีการป้องกันภาวะพังผืดมดลูกมีดังนี้
- หากมีความจำเป็นในการขูดมดลูก ไม่ควรขูดจนลูกเกินไป
- เลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดการิดเชื้อที่บริเวณโพรงมดลูก เช่น การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
- หากพบว่ามีอาการติดเชื้อที่โพรงมดลูกควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะ
คำถามที่พบบ่อย
พังผืดมดลูก หายแล้วเป็นซ้ำได้ไหม
ภาวะพังผืดอุ้งเชิงกราน หรือภาวะพังผืดมดลูกสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ หากได้มีการผ่าตัดมดลูกทำให้มดลูกมีบาดแผล การขูดมดลูกลึกเกินทำให้เกิดพังผืดภายในโพรงมดลูก ภายในโพรงมดลูกเกิดการติดเชื้อ มีอาการอักเสบเป็นสาเหตุของการที่โพรงมดลูกจะเกิดพังผืดซ้ำได้
หลังผ่าตัดพังผืดมดลูก สามารถตั้งครรภ์ได้ไหม
หลังจากได้รับการผ่าตัดพังผืดมดลูกแล้วนั้นมีโอกาสที่สามารถตั้งครรภ์สำเร็จได้ 30-70 % ทั้งนี้ก็จะต้องขึ้นอยู่กับความรุ่นแรงของภาวะพังผืดมดลูกด้วย ส่วนใหญ่แล้วหลังจากการผ่าตัดพังผืดแล้วนั้นประจำเดือนจะมามากกว่าปกติอีกด้วย
ข้อสรุป
ภาวะพังผืดอุ้งเชิงกรานหรือเกิดภาวะพังผืดมดลูก (Pelvic Adhesions) เกิดได้จากเมื่ออวัยวะที่อยู่บริเวณอุ้งเชิงกรานเกิดการอักเสบร่างกายเลยสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมส่วนที่โดยทำลาย หากมีอาการอักเสบบ่อยๆ ซ้ำๆ ทำให้เกิดพังผืดได้ หรือ เกิดได้จากการผ่าตัดทำให้เกิดแผลบริเวณมดลูกหรือผนังหน้าท้องทำให้ร่างกายสร้างพังผืดขึ้น อาการพังผืดที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะส่งผลกระทบไปถึงภาวะมีบุตรยากได้ เพราะพังผืดที่เกิดขึ้นสามารถไปขัดขวางการเดินทางของอสุจิไม่ให้เข้าไปปฏิสนธิได้ หรือเกิดกันตันของท่อนำไข่ เป็นต้น
อาการพังผืดมดลูกสามารถใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยได้ด้วยการฉีดสารทึบ เอ็กซเรย์ดูภายในโพรงมดลูกและการตรวจวินิจฉัยด้วยการส่องกล้องเข้าไปตรวจพร้อมทำการรักษาได้เลยภายในครั้งเดียวและมีแผลที่เล็กมากทำให้และการผ่าตัดแบบส่องกล้องนั้นไม่ทำให้เกิดพังผืดซ้ำอีกด้วย หากคุณผู้หญิงท่านใดพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เช่น มีอาการปวดท้องน้อยแบบเรื้อรัง ขณะมีประจำเดือนมีอาการปวดมาก ปวดรัด หรือจี๊ดๆบริเวณท้องน้อย ควรรีบเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจและหาแนวทางการรักษาเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในอนาคต หากมีข้อสงสัยสามารถทักสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line@ : @beyondivf