ในช่วงของการตั้งครรภ์ คนท้องต้องใส่ใจอาหารการกินเป็นพิเศษ เพราะในอาหารเเต่ละประภทนั้นควรจะช่วยเสริมสร้างและพัฒนาร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์ให้แข็งแรง นอกจากอาหารที่มีคุณประโยชน์แล้ว ยังต้องคำนึงถึงอาหารที่อาจส่งผลเสียต่องร่างกายของคุณแม่และลูกน้อยด้วยเช่นกัน วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการกินอาหาร ว่าคนท้องควรกินอะไรและคนท้องห้ามกินอะไรบ้าง
อาหารกับการตั้งครรภ์
การเลือกรับประทานอาหารในช่วงตั้งครรภ์นั้นถือเป็นเรื่องที่คุณแม่ควรคำนึงเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาหารของคนท้องควรประกอบไปด้วยสารอาหารต่างๆที่จะช่วยเสริมสร้างและพัฒนาส่วนต่างๆในร่างกายของลูกน้อยในครรภ์ให้แข็งแรง
หลักการเลือกทานอาหารสำหรับคนท้อง
ที่จริงเเล้วคนท้องนั้นสามารถเลือกรับประทานอาหารได้หลายหลาย เพียงแต่อาหารบางชนิดนั้นคนท้องไม่ควรกินเพราะอาจส่งผลเสียต่อตนเองและทารกในครรภ์ ซึ่งอาจจะต้องแยกเป็นกรณีไป ดังนี้
- อาหารที่กินได้ แต่ต้องรับในปริมาณที่พอเหมาะ
- อาหารที่ห้ามกินเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลเสียต่อตนเองและลูกน้อยในครรภ์
- อาหารที่ห้ามกินเฉพาะบุคคล หากคุณแม่นั้นมีประวัติการแพ้อาหารบางชนิดมาอยู่เเล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เป็นต้น
12 อาหาร คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง
รายการอาหารที่คนท้องไม่ควรกินและควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากไม่มีคุณประโยชน์และอาจส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ได้
1. แอลกอฮอล์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คนท้องห้ามดื่มโดยเด็ดขาด เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์นั้นส่งผลต่อสมองของทารก ทำให้พิการ หรือ ส่งผลทำให้คุณแม่นั้นคลอดก่อนกำหนดอีกด้วย
2. ของหมักของดอง
คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นของหมักดอง เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีมักจะมีสารกันบูด สารบอแรกซ์ มีเกลือเป็นส่วนผสมเยอะ เมื่อรับประทานไปแล้วส่งผลให้อาหารไม่ย่อย ท้องอืด จึงแนะนำเป็นการรับประทานผลไม้สดที่มีรสเปรี้ยวแทน
3. กาแฟ
กาแฟ ส่งผลต่อการสูบฉีดโลหิตในร่างกาย ส่งผลให้คุณแม่จากที่ปัสาวะบ่อยอยู่แล้ว ปัสสาวะบ่อยเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเข้าไปละลายเกลือแร่และเเคลเซียมในร่างกายอีกด้วย
4. ถั่วลิสง
ในกรณีที่พ่อหรือแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงถั่วลิสง ในทางการแพทย์กล่าวว่าการรับประทานถั่วลิสงไปกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ผ่านไปยังทางพันธุกรรม
5. อาหารสุกๆดิบๆ
เนื้อสัตว์ทุกชนิด หากไม่ได้รับการปรุงให้สุกก่อน คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Salmonella ที่อาจส่งผลทำให้ผนังลำไส้เกิดแผลและมีอาการอาหารเป็นพิษตามมา
6. ผงชูรส
ผงชูรส เป็นวัตถุปรุงรสชาติอาหารที่ทำมาจาก โมโนโซเดียม กลูตาเมต เมื่อคนท้องรับประทานเข้าไปบ่อยๆ ในทางการเเพทย์เชื่อว่าจะทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง ความดันโลหิตสูง เกิดโรคหัวใจ โรคไต และอาจส่งผลต่อการเจริญของสมองของเด็กทารก
7. น้ำอัดลม
น้ำอัดลมมีส่วนผสมของคาเฟอีน เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้มีกรดและก๊าซในกระเพราะเยอะ ส่งผลทำให้คุณแม่มีอาการแน่นท้อง จุกเสียด และเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์
8. อาหารรสจัด
อาหารรสเค็มมากเกินไป ส่งผลต่อไตเเละหัวใจทำงานหนัก รสเปรี้ยว รสเผ็ด ส่งผลต่อกระเพราะ ทำให้เกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง เป็นกรดไหลย้อน รสหวานมากเกินไป ส่งผลต่อระดับน้ำตาล ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย
9. อาหารกระป๋อง
คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทกระป๋องเป็นอย่างมาก เพราะมีโภชนาการน้อยกว่าอาหารที่สดใหม่ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
10. เนื้อสัตว์ประเภทย่อยยาก
เนื้อสัตว์ประเภท เนื้อวัว หมู มีไขมันปริมาณมาก เป็นเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เมื่อรับประทานในปริมาณมาก จะส่งผลทำให้ร่างกายทำงานหนักและทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกาย
11. ขนมหวาน เค้ก ชานมไข่มุก
การทานของหวานนั้นส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด คุณแม่ในขณะตั้งครรภ์ควรคำนึงถึงการรับประทานอาหารที่มีรสหวานเป็นอย่างมาก เพราะส่งผลให้เกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และน้ำหนักตัวเพิ่มสูงขึ้น
12. ปลาน้ำลึก
แม้ปลาจะให้คุณประโยชน์ที่มากมายต่อร่างกายอย่างไขมันดี และมีโปรตีนสูง แต่บางชนิดก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงในการรับประทาน เช่น ปลาดาบ ปลาฉลาม ปลาอินทรีย์ เนื่องจากมีการปนเปื้อนของปรอทที่สามารถทำลายระบบประสาทของทารกในครรภ์ได้
ยาและอาหารเสริมที่คนท้องห้ามกิน
ในช่วงของการตั้งครรภ์คุณแม่ควรดูแลตนเองเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินแล้ว ควรใส่ใจในเรื่องของการรับประทานยาหรืออาหารเสริมด้วยเช่นกัน เนื่องจากยาบางชนิดนั้นอาจส่งผลต่อที่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ได้ วันนี้เราจะมาข้อมูลว่ามีตัวยาชนิดไหนบ้างที่คนท้องไม่ควรใช้หรือรับประทาน
- ยารักษาสิว
กลุ่มยาที่มีกรดวิตามินเอ เช่น Accutane ใช้รักษาสิวในระดับรุนแรง มีผลต่อความผิดปกติของสมอง หัวใจ และพิการได้
- ยาแก้ไอ
ยาแก้ไอชนิดที่มีไอโอดีน เพราะไอโอดีนหากมีการสะสมอยู่บริเวณต่อมไทรอยด์ของทารก จะส่งผลให้ทารกนั้นมีความผิดปกติเกี่ยวกับสมองและมีอาการคอพอกได้
- ยาสเตียรอยด์
ยาสเตียรอยด์ทั้งชนิดฉีดและชนิดกิน หากได้รับเข้าไปต้องอยู่ในความดูแลของเเพทย์ เนื่องจากยาชนิดนี้มีโอกาสที่จะส่งผลทำให้ทากรกในครรภ์นั้นปากแหว่งเพดานโหว่ได้ หากเป็นชนิดทาสามารถใช้ได้เพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
- ยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบ เป็นกลุ่มยาที่ควรระวัง เนื่องจากสามารถส่งผลต่อการทำงานของกระดูกและฟัน รวมถึงทำให้พบความผิดปกติของระบบสมองได้
- วิตามินเอ
ในทางการแพทย์กล่าวว่า หากได้รับวิตามินเอมากเกินกว่า 4,000-8,000 IU ต่อวัน อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ ทำให้ทารกพิการมากกว่าครรภ์ปกติ 3.7 เท่า
สารอาหารที่คนท้องควรได้รับ
ในขณะตั้งครรภ์คนท้องควรใส่ใจในอาหารการกินให้มากขึ้น ร่างกายควรได้รับสารอาหารที่เพียงพอและมีคุณประโยชน์ต่อตนเองและลูก ซึ่งการได้รับสารอาหารเหล่านี้นั้นมีส่วนช่วยต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ให้มีสุขภาพแข็งแรง ตัวอย่างสารอาหารที่คนท้องควรได้รับในระหว่างตั้งครรภ์
- แคลเซียม นอกจากแคลเซียมจะช่วยป้องกันเรื่องกระดูกเสื่อมในคุณแม่แล้ว ยังเสริมสร้างระบบกระดูกของทารกให้มีความแข็งแรง
- โปรตีน มักพบได้ใน ไข่ ปลา นมถั่วเหลือง มีส่วนช่วยเรื่องระบบสมองของทารก
- อาหารที่มีไอโอดีนมาก ส่วนใหญ่จะพบในอาหารทะเล โดยอาหารทะเลไม่ควรมีปรอทเป็นส่วนประกอบ เช่น หอย ปลาหมึก สาหร่าย มีส่วนช่วยเรื่องระบบประสาท
- ธาตุเหล็ก ป้องกันโรคโลหิตจางในคุณแม่ โดยอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบได้แก่ ไข่แดง ตับ สัตว์เนื้อแดง เป็นต้น
- โฟเลต ช่วยลดความผิดปกติของระบบประสาทของทารกในครรภ์ พัฒนาไขสันหลัง ได้เเก่ คะน้า บรอกโคลี
อาหารที่คนท้องควรกิน
รายการอาหารที่ถูกคัดเลือกมาแล้วว่าเหมาะและมีคุณประโยชน์กับคุณแม่ตั้งครรภ์ มีดังนี้
1. น้ำขิง
สรรพคุณของน้ำขิงนั้นมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้อง ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย แต่น้ำขิงนั้นควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสมคือ 1 กรัม หรือ 1 ซอง ต่อวันก็เพียงพอ
2.เนื้อไก่
เหมาะสำหรับคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์ใหม่ๆ เพราะเนื้อไก่นั้นมีโปรตีนที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์
3.ตับ
ตับประกอบด้วยธาตุเหล็ก เมื่อรับประทานเข้าไปจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่เจ็บป่วย หรืออ่อนเพลียง่าย และยังช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้เป็นอย่างดี
4.มะละกอ
ผักผลไม้เป็นสิ่งทีคุณแม่ขาดไม่ได้ เนื่องจากมีสารอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและภูมิคุ้มกัน
5.ปลาซาร์ดีน
ในปลาซาร์ดีนอุดมไปด้วยวิตามินดี ที่ช่วยเสริมสร้างแคลเซียม มีปรโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนากระดูกและฟันของแม่และทารกให้แข็งแรง
เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาหารที่คนท้องห้ามกิน
ในช่วงตั้งครรภ์มีความเชื่อต่างๆที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทานอาหารอยู่หลายเรื่อง เช่น การดื่มน้ำมะพร้าวจะทำให้แท้งบุตร นั้นเป็นความเชื่อที่ไม่เป็นความจริง เพราะในน้ำมะพร้าวนั้นประกอบไปด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนในปริมาณเพียงเล็กน้อย จึงไม่ทำให้ส่งผลต่อการบีบตัวของมดลูกจนเกิดการแท้งบุตรได้ หรือ ความเชื่อที่ว่าคุณแม่ต้องรับประทานอาหารเป็นสองเท่าเผื่อลูกในท้อง กรณีนี้ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีความเสี่ยงที่น้ำหนักตัวจะเพิ่มสูงขึ้นกว่ากำหนด อาจส่งผลทำให้ครรภ์เป็นพิษหรือมีภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ และในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ควรใส่ใจในคุณประโยชน์ของอาหารรวมถึงปริมาณที่ควรได้รับอย่างเพียงพอในต่อละวัน
ดังนั้น หากคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์ซึ่งจะช่วยทำให้คุณแม่ได้รับข้อมูลต่างๆอย่างถูกต้อง ป้องกันเรื่องเข้าใจผิดรวมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หรือลูกน้อยในระหว่างตั้งครรภ์
ข้อสรุป
ในช่วงของการตั้งครรภ์ คุณแม่จำเป็นต้องใส่ใจดูแลตนเองในทุกๆด้านโดยเฉพาะการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการกินอาหารบางประเภทจะส่งผลเสียต่อสุขภาพต่อตนเองและลูกในท้อง อาทิ เช่น การดื่มน้ำอัดลมจะส่งผลให้คุณแม่มีน้ำหนักตัวเพิ่มสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน ครรภ์เป็นพิษ หรือ การทานผงชูรสทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง มีผลต่อสมองของเด็กทารก เป็นต้น ดังนั้นเมื่อทราบว่าตนเองกำลังท้อง จึงควรอย่างยิ่งที่จะฝากครรภ์ เพื่อให้ได้รับคำแนะนำและวิธีดูแลตนเองอย่างเหมาะสมป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ได้อย่างทันท่วงที และที่ Beyond IVF เรามีบริการรับตรวจและฝากครรภ์ ดูแลและให้คำแนะนำโดยอาจารย์แพทย์ตลอดการตั้งครรภ์ หากคุณแม่ท่านใดมีข้อสงสัยสามารถนัดหมายเข้ามาปรึกษาแพทย์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางไลน์แอดได้ที่ : @Beyondivf