ในช่วงของการตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่และเรียกว่าเป็นระยะเวลาที่สำคัญที่สุดของหญิงสาวที่คาดหวังให้มีลูกต้องการให้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไร้ความเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษ หรืออันตรายร้ายแรงเกิดขึ้นตลอดระหว่างการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามหากเกิดภาวะผิดปกติควรรีบเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีการรักษาโดยเร็ว
สารบัญบทความ
- รู้จักภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia)
- ครรภ์เป็นพิษเกิดจากสาเหตุใด
- อาการครรภ์เป็นพิษเป็นอย่างไร
- ระดับความรุนแรงของภาวะครรภ์เป็นพิษ
- กลุ่มเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษ
- ภาวะแทรกซ้อนจากอาการครรภ์เป็นพิษ
- แนวทางการรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษ
- ภาวะครรภ์เป็นพิษกับการยุติการตั้งครรภ์
- วิธีป้องกันไม่ให้ครรภ์เป็นพิษ
- คำถามที่พบบ่อย
- ข้อสรุป
รู้จักภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia)
ภาวะครรภ์เป็นพิษสามารถเกิดได้จากความผิดปกติของการฝังตัวของรก ในกรณีที่คุณแม่เกิดอาการครรภ์เป็นพิษรกจะฝังตัวได้ไม่แน่น ทำให้เกิดการขาดออกซิเจน ขาดเลือด เมื่อมีอาการขาดเลือดทารกในครรภ์ได้รับเลือดน้อยลงทำให้เกิดการหลั่งสารพิษเข้าสู่กระแสเลือดของคุณแม่ไปเรื่อยๆ ระยะหนึ่งแล้วนั้นอาจส่งผลถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น อาการเส้นเลือดในสมองตีบ ตับวาย ตาพร่ามัว เป็นต้น หากมีอาการรดังกล่าวควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรักษาโดยด่วน หากปล่อยไว้นานอาจจะส่งผลเสียทั้งคุณแม่และทารกภายในครรภ์ได้
ครรภ์เป็นพิษเกิดจากสาเหตุใด
ภาวะครรภ์เป็นพิษยังไม่สามารถหาสาเหตุได้แน่ชัด อาจเกิดได้จากความผิดปกติของระบบการทำงานของภูมิคุ้มกัน หรือจากพันธุ์กรรม โดยได้มีการคาดว่าอาจเกิดได้จากความไม่สมดุลของโปรตีนที่สร้างขึ้นมาขณะคุณแม่ได้มีการตั้งครรภ์ จนทำให้เกิดความผิดปกติของหลอดเหลือด ส่งผลให้ร่างกายของคุณแม่ไม่สามารถสร้างเลือดให้ไปเลี้ยงทารกภายในครรภ์ได้ดี ทำให้ทารกขาดเลือดจนเสียชีวิต
ปัจจัยเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดครรภ์เป็นพิษมีดังต่อไปนี้
- มีประวัติภาวะครรภ์เป็นพิษมาก่อน
- มีน้ำหนักมากเกินมาตรฐาน
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน โรคไตเรื้อรัง
- ตั้งครรภ์แฝด
- ตั้งครรภ์ในช่วงอายุน้อยกว่า 18 ปี หรือ มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป
อาการครรภ์เป็นพิษเป็นอย่างไร
อาการครรภ์เป็นพิษเริ่มแรกจะมีสัญญาณเตือนความผิดปกติขณะตั้งครรภ์ ที่สามารถทำให้แพทย์ประเมินเบื้องต้นว่าเข้ากลุ่มเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษหรือไม่โดยมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้
- มีอาการบวมน้ำ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณ มือ เท้า
- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็ว
- มีภาวะความดันโลหิตสูงในระหว่างการตั้งครรภ์
- มีระดับเกล็ดเลือดต่ำ
- มีอาการปวดศรีษะรุนแรง
- มีอาการตาพร่ามัว หรือ สูญเสียการมองเห็นชั่วขณะ
- หายใจถี่ขึ้น
ระดับความรุนแรงของภาวะครรภ์เป็นพิษ
ภาวะครรภ์เป็นพิษมีระดับความรุนแรงที่สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับ ดังนี้
1. ครรภ์เป็นพิษระดับไม่รุนแรง
ภาวะครรภ์เป็นพิษที่อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงมาก จะตรวจพบอาการผิดปกติไม่มากนัก เช่น ในขณะการตั้งครรภ์คุณแม่มีอาการความดันโลหิตสูง 140/90-160/110 มิลลิเมตร แต่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เพิ่มเติม
2. ครรภ์เป็นพิษระดับรุนแรง
ภาวะครรภ์เป็นพิษในระดับที่รุนแรงในขณะการตั้งครรภ์คุณแม่มีอาการความดันโลหิตสูงมากกว่า 160/110 มิลลิเมตรขึ้นไป และแพทย์ได้มีการตรวจพบภาวะแทรกซ้อนอื่นเพิ่มเติม เช่น อาการตับอักเสบ อาการเกล็ดเลือดต่ำ การทำงานของไตทำหน้าที่ลดน้อยลง และภาวะเกล็ดเลือดแดงแตก
3. ครรภ์เป็นพิษระดับรุนแรงร่วมกับภาวะชัก
ภาวะครรภ์เป็นพิษในระดับที่รุนแรงและร่วมกับภาวะชัก ในระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่มีอาการเกร็งชัก หรือหมดสติไป หากพบว่ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วนั้นควรต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยด่วนเพื่อเป็นการรักษาชีวิตของคุณแม่และทารกภายในครรภ์
กลุ่มเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษ
กลุ่มเสี่ยงที่สามารถเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ มีปัจจัยดังนี้
- มีภาวะมีบุตรยาก
- ผู้มีโรคอ้วน ทำให้เกิดภาวะหัวใจตีบได้
- มีกรรมพันธุ์คนในครอบครัวเคยเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ
- ตั้งครรภ์ตอนอายุ มากกว่า 35 ปีขึ้นไป
- มีครรภ์แฝด
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไทรอยด์ โรคไต ความดังโลหิตสูง เป็นต้น
ภาวะแทรกซ้อนจากอาการครรภ์เป็นพิษ
ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะครรภ์เป็นพิษ สามารถส่งผลได้กับทั้งคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ มีดังต่อไปนี้
ภาวะแทรกซ้อนต่อคุณแม่
- มีอาการเกร็ง ชัก
- เกิดอาการภาวะน้ำท่วมปอด
- เลือดออกในอวัยวะ เกิดจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
- ตาบอดชั่วคราวหรือถาวร
- มีอาการหลอดเลือดในสมองแตก จนเสียชีวิต
ภาวะแทรกซ้อนต่อทารกในครรภ์
- ทารกเจริญเติบโต
- รกลอกตัวก่อนกำหนด
- หัวใจเต้นช้า เพราะขาดออกซิเจน
- คลอดก่อนกำหนด
- เสียชีวิตในครรภ์
แนวทางการรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษ
แนวทางในการรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษสามารถรักษาได้ด้วยวิธีการผ่าคลอด โดยแพทย์จะพิจารณาจากอายุครรภ์ของคุณแม่ หากอายุครรภ์ยังน้อย แพทย์จะสั่งให้ยากระตุ้นปอดและประเมินอาการแบบต่อเนื่องเพื่อพิจารณาประคองให้ให้ทรกอยู่ในครรภ์ได้นานที่สุด ในบางกรณีหากมีอายุครรภ์ที่สามารถทำการผ่าคลอดได้ แพทย์จะผ่าคลอดหรือเร่งทำคลอดให้ไวที่สุด เพื่อป้องกันอาการไม่ให้รุนแรงมากขึ้น หลังจากแพทย์ผ่าคลอดแล้ว ทารกจะได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชียวชาญอย่างใกล้ชิดจนทารกมีร่างกายแข็งแรง และคุณแม่หลังคลอด ในระยะเวลาภายใน 24 ชั่วโมง อาจเกิดอาการความดันโลหิตสูงและชัก เกร็งได้ แพทย์จะเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ตลอดจนกว่าคุณแม่จะมีอาการปกติหากยังพบอาการผิดปกติอยู่แพท์จะตรวจอีกครั้งอย่างละเอียดและวางแผนการรักต่อไปจนคุณแม่พ้นขีดอันตราย
ภาวะครรภ์เป็นพิษกับการยุติการตั้งครรภ์
ภาวะอาการครรภ์เป็นพิษที่มีความรุนแรงจนทำให้ต้องยุติการตั้งครรภ์ลง โดยผ่านการพิจารณาจากแพทย์ว่าคุณแม่ไม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้หากยังตั้งครรภ์ต่อไปอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตคุณแม่และทารกที่เกิดภาวะแทรกซ้อน ดังต่อไปนี้
- เกิดภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด
โดยเกิดจากการที่รกหลุดออกจากโพรงมดลูกของคุณแม่ก่อนที่ทารกจะถึงกำหนดคลอด ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่คุณแม่จะมีอาการเลือดออกรุนแรง อาจทำให้เกิดอัยตรายต่อชีวิตคุณแม่และทารกในครรภ์ได้
- เกิดอาการกลุ่ม HELLP หรือ HELLP Syndrome
อาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดปกติเกี่ยวกับตับ เลือด หรือความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ หรือหลังคลอด จัดอยู่ในกลุ่มโรคที่มีความรุนแรงอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ จากค่าตับที่สูงมากขึ้น เกล็ดเลือดต่ำเม็ดเลือดแดงในหลอดเลือดแตก โดยมีอาการคลื่นไส้ ปวดหัว ปวดท้องข้างขวาร่วมด้วย หรือไม่มีอาการใดเกิดขึ้นเลย
- อาการเกร็ง ชัก
หากคุณแม่มีอาการเกร็ง ชัก ที่รุนแรงมากขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้แล้ว ไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีอาการเกิดขึ้นช่วงใด เพราะไม่มีอาการเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดอาการเกร็ง ชักขึ้นอาจจะทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงขึ้นได้กับคุณแม่และทารกในครรภ์
วิธีป้องกันไม่ให้ครรภ์เป็นพิษ
แนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภาวะเสี่ยง ดังนี้
- ปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์
- ฝากครรภ์และพบแพทย์ตามนัดหมาย
- ออกกำลังกายและดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ ตามความเหมาะสมของอายุครรภ์ตามคำแนะนำของแพทย์
- ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ
- ห้ามเลือกซื้อยาหรืออาหารเสริมทานเองเด็ดขาดหากยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ครรภ์เป็นพิษ อันตรายไหม
ภาวะครรภ์เป็นพิษเป็นภาวะที่อันตรายและสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ หากไม่ได้รับการรักษาหรือดูแลอย่างเหมาะสม เกิดภาวะที่รุนแรงขึ้น เช่น คลอดเด็กคลอดก่อนกำหนดซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะเสียชีวิตของทารกในครรภ์ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายต่อคุณแม่ได้ควรได้รับการรักษาโดยทันที
ครรภ์เป็นพิษ คลอดเองได้ไหม
เมื่อเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษการคลอดเองอาจเป็นสิ่งที่อันตรายและไม่ปลอดภัย แม้ว่าการคลอดเองอาจเป็นไปได้ในบางกรณีจำเป็นต้องมีการควบคุมและการดูแลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินและจัดการความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้หากมีอาการรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะที่อันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์อาจต้องจะต้องใช้วิธีการผ่าคลอดเพื่อช่วยรักษาคุณแม่และทารกในครรภ์
ข้อสรุป
ภาวะครรภ์เป็นพิษสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ การสะสมสารพิษในร่างกายของคุณแม่ ทำให้เกิดการทำงานผิดปกติของระบบต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคไต เป็นต้น การรักษาและการดูแลคุณแม่ขณะเกิดครรภ์เป็นพิษจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของภาวะ แต่ส่วนใหญ่รวมถึงการควบคุมความดันโลหิต การตรวจร่างกาย การรับประทานอาหารที่เหมาะสม และการลดความเครียด การคลอดเองในกรณีครรภ์เป็นพิษมักจะไม่ปลอดภัยและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ การรับการดูแลและการติดตามของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญในการจัดการภาวะครรภ์เป็นพิษ สำหรับคำแนะนำและการดูแลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะครรภ์เป็นพิษ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลการตั้งครรภ์ของคุณแม่ เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมตามสถานการณ์และระดับความรุนแรงของภาวะครรภ์เป็นพิษของคุณแม่ได้ หากมีข้อสงสัยสามารถทักสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line@ : @beyondivf